CAROL ความรัก เพศสภาพ อำนาจ และความปรารถนา (บทความ)

CAROL: ความรัก เพศสภาพ อำนาจ และความปรารถนา


บทวิเคราะห์ภาพยนตร์โดย อันธิฌา แสงชัย
เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ประชาไท
http://prachatai.org/journal/2016/02/64144



CAROL เป็นหนังรักที่เล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย ภาพสวย ดนตรีที่นุ่มนวล การแสดงที่หมดจดงดงาม การแฝงสัญญะที่ชาญฉลาด องค์ประกอบ ฉาก ข้าวของ สีสันและแสงเงา ทำออกมาได้ละเมียดละไม สร้างจากนวนิยาย The Price of Salt ของแพทริเซีย ไฮสมิท ว่าด้วยความรักและการตกหลุมรักของผู้หญิงสองคนที่ทั้งต่างวัย ต่างฐานะ และต่างสถานะทางสังคม มีฉากหลังเป็นมหานครนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1952 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่นวนิยายได้รับการตีพิมพ์ แพทริเซียยอมรับว่าได้รับแรงบันดาลใจของฉากการพบเจอกันระหว่างตัวละครสำคัญ แครอล แอรด์ และ เธเรส เบเลเว็ต ในแมนฮัตตันดีพาร์ทเมนท์สโตร์ จากเหตุการณ์จริงที่เธอเกิดตกหลุมรักผู้หญิงสูงศักดิ์คนหนึ่ง ขณะที่ทำงานเป็นพนักงานขายตุ๊กตาในช่วงคริสมาสต์ปี ค.ศ. 1948 กล่าวได้ว่าแพทริเซียวาดฉากอันน่าประทับใจนี้ผ่านสายตาของ เธเรส เบเลเว็ต นั่นเอง หรือเหตุการณ์จริงบางอย่างที่ไม่สามารถพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา กำลังถูกแทรกซ่อนเอาไว้ภายใต้เรื่องเล่าที่ดูฟุ้งฝัน

การเมืองเรื่องเพศสภาพ

การบอกว่า CAROL เป็นหนังรักที่นำเสนอเรื่องราวการตกหลุมรักที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หรือเป็นหนังรักเลสเบี้ยน (Lesbian; หญิงรักหญิง) ต่างเป็นมุมมองที่สะท้อนการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศอย่างมาก แครอลและเธเรสแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเธอรักและมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ทั้งกับเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่พอจะอธิบายได้ในการกระทำของตัวละครหลักทั้งสองคือวิถีทางเพศแบบ Bisexual ความเป็นคนรักสองเพศมักถูกทำให้เลือนรางทั้งจากมุมมองแบบ Heterosexuality หรือมุมมองแบบ Homosexuality ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งรักกับผู้ชาย ก็ง่ายที่จะถูกเข้าใจว่าเธอคือคนรักต่างเพศ แต่ถ้าเธอรักกับผู้หญิงด้วยกัน ก็ง่ายที่จะถูกเข้าใจว่าเป็นเลสเบี้ยน อันที่จริงไม่ว่าเธอจะรักกับผู้หญิงหรือผู้ชายอยู่ในเวลานั้น เธอก็มีวิถีทางเพศแบบ Bisexual นั่นแหละค่ะ ตราบใดที่เธอชัดเจนกับตัวเองว่าเธอสามารถรักและมีความสัมพันธ์ได้กับเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน ดังนั้น กล่าวอย่างตรงไปตรงมา CAROL เป็นหนังรัก Bisexual ค่ะ

อำนาจ

ความสูญเสียของคนที่มี “อำนาจ” มากกว่าเป็นเรื่องใหญ่กว่าเสมอ ความรักความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงอัตลักษณ์และบทบาททางเพศของคนแต่ละคนส่งผลให้มีแหล่งอำนาจที่ไม่เท่ากัน ช่วงต้นทศวรรษที่ 50 ความปรารถนาต้องการของใครได้รับการรับฟังมากกว่ากัน รูปแบบของความสัมพันธ์แบบไหนที่ได้รับการยอมรับ CAROL ไม่ได้บอกเล่าเพียงเรื่องราวความรักแสนหวาน แต่ชี้ให้เห็นกระบวนการที่กรอบจารีตเรื่องเพศ ขนบครอบครัว ชุดคุณค่า ศีลธรรม และกฎหมายครอบครัวที่ควบคุมตัวละครทุกคนในเรื่องนี้
ฮาร์จ แอร์ด สามีของแครอลเป็นผู้ชายชนชั้นสูง ผิวชาว มีฐานะทางเศรษฐกิจ ไม่ได้แค่สูญเสียผู้หญิงที่เขารักหากกำลังสูญเสียภรรยา แม่ของลูก (ที่เชื่อมโยงกับเขาในฐานะพ่อ) และครอบครัวสมบูรณ์แบบ กล่าวให้ชัด เขากำลังสูญเสียตัวตนทุกแง่มุมที่ถูกอธิบายผ่านความสัมพันธ์ที่มีต่อแครอล การสูญเสียเธอทำให้เขาไม่อาจเป็นตัวเขาในแบบที่ต้องการได้อีกต่อไป พื้นที่เชิงอำนาจที่เขามีในความสัมพันธ์นี้ในฐานะสามี หัวหน้าครอบครัวหรือผู้ชายที่สมบูรณ์พร้อมคนหนึ่ง (หรือรวมถึงศักดิ์ศรีความเป็นชาย) จึงสูญสลายไปด้วยในทันทีที่เธอเดินจาก มันจึงไม่ใช่แค่การสูญเสียความรักหรือคนรักแต่คือตัวตนของตัวเอง เขาจะเป็น “ใคร” หากไม่มีเธอ
น่าขบคิดว่าเหตุการณ์จะแตกต่างไปมากน้อยแค่ไหนหากเขาสูญเสียมันไปด้วยเงื่อนไขอื่น เช่น เขาหมดรักเธอ ตายจาก พลัดพราก หรือการเข้ามาแทนที่ของผู้ชายที่มีฐานะทัดเทียมกันอีกคน ในชั้นต้นแครอลเลือกที่จะเดินจากไปด้วยตัวเธอเองโดยไม่มีใครเป็นจุดอ้างอิงในชีวิต (แอ๊บบี้ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ฉันท์คนรักในขณะนั้น) เธอเลือกชีวิตของตัวเองที่ไม่มีเขา ในระดับนี้ฮาร์จยังพร้อมที่จะต่อรองแม้จะรู้สึกเสียศูนย์อยู่ไม่น้อย แต่ทันทีที่มีใครอีกคนเดินเข้ามาโดยเฉพาะคนคนนั้นเป็น “ผู้หญิง” ที่มีสถานะทุกอย่างด้อยกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นดูจะทบทวีจนเขาต้องใช้แหล่งอำนาจทุกอย่างที่มีทั้งครอบครัว กฎหมาย การบำบัดในทางการแพทย์ จารีตเรื่องเพศ การว่าจ้างนักสืบ เรี่ยวแรงทางร่างกายที่มีมากกว่า และแม้แต่สิทธิในการดูแลลูกสาวตัวน้อย เพื่อปกป้องตัวตนที่มีความสำคัญน้อยลงเรื่อยๆในความสัมพันธ์นี้ ที่สำคัญกลไกทางสังคมทั้งหมดกระโดดออกมาปกป้องเขาในทันที
ขณะเดียวกันแครอลสามารถทำสิ่งที่เธอทำได้ก็เพราะเธอก็มีแหล่งอำนาจเช่นกัน ในฐานะผู้หญิงชนชั้นสูง ผิวขาว ฉลาด มีรสนิยมดี มีการศึกษา มีฐานะทางเศรษฐกิจ เข้าถึงการต่อสู้ต่อรองในระบบกฎหมาย ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนสนิทซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคนรัก ทั้งยังมีอำนาจภายใน เข้มแข็ง รู้จักและยอมรับในตัวเอง เธอจึงสามารถจัดการชีวิตตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง ผู้หญิงแบบนี้จึงมีอำนาจในการ “เลือก” ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ นอกจากนั้น แหล่งอำนาจสำคัญที่เธอมีเหนือฮาร์จคือเธอหมดรักเขาแล้วขณะที่เขายังรักเธออยู่ แต่แครอลจะกล้าพูดหรือทำในสิ่งที่เธอต้องการไหม หากเธอจำเป็นต้องพึ่งพาสามีมากกว่านี้ หากเธอไม่เห็นคุณค่าไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีการศึกษา ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่มีใครสนับสนุน หรือเป็นผู้หญิงแบบที่การดำรงอยู่ของเธอจำเป็นต้องถูกอธิบายผ่าน “ใคร” สักคนในชีวิตอยู่เสมอ
การอยู่หรือออกจากความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่จึงเป็นการต่อรองเชิงอำนาจซึ่งมีมิติทางเพศ (Gender) ที่อิงกับอารมณ์ความรู้สึก กลไกหรือปัจจัยทางสังคม รวมถึงอัตลักษณ์ที่ซับซ้อน


ความเป็นแม่กับความปรารถนา (ทางเพศ)

ภายใต้กรอบคิดเรื่องเพศ "แม่" ไม่เคยถูกยินยอมให้มีความปรารถนาเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปรารถนาทางเพศ เพราะความปรารถนาทางเพศสะท้อนถึงธาตุแท้และ "อิสระ" เหนือร่างกายตัวเองของผู้หญิงคนนั้น ความปรารถนาทั้งหมดของผู้หญิงที่เป็น "แม่" ผูกโยงกับคนอื่นรอบตัว ผัว ลูก ปู่ย่า ตายาย ครอบครัวหรือแม้แต่ความมั่นคงของรัฐ ความปรารถนาของแม่ถูกอธิบายอย่างเบ็ดเสร็จผ่านอุดมการณ์ "แม่ที่ดี" "แม่ที่เสียสละ" ราวกับเป็นความจริงสากลที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงและเป็นกฎธรรมชาติ โดยละเลยมิติที่ละเอียดอ่อนจากการพัฒนาความรู้สึกใกล้ชิดสนิทซึ้งของผู้หญิงในฐานะปัจเจกที่สามารถมีเจตจำนงของตัวเอง ความเป็น "แม่" เป็นบทบาทใหญ่โตที่ทาบทับทุกตารางนิ้วในตัวตนของผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่าเมื่อเป็นแม่แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างอื่นอีกต่อไป แม่ที่ทำตามความปรารถนาของตัวเอง มากกว่าจะอุทิศตัวตอบสนองความต้องการของคนอื่นคือแม่ที่บกพร่อง เห็นแก่ตัว และมักถูกประณาม สังคมเคร่งครัดกับเรื่องนี้จึงพร่ำสอนและหล่อหลอมอุดมการณ์ความเป็นแม่ที่สูงส่งแบบใดแบบหนึ่ง พร้อมกับปิดตาเราจากความเป็นไปได้อื่นๆแทบทั้งหมด
เราจึงอึดอัดเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของผู้หญิงที่เป็นแม่อย่างแครอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันคือความปรารถนาทางเพศที่มีต่อเพศเดียวกัน และเกิดขึ้นในระหว่างที่เธอยังมีพันธะผูกพันอยู่กับผู้ชายอีกคน
สิ่งที่หนังไม่ค่อยได้พูดหรือพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเหลือเกินคือ เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ในความสัมพันธ์ระหว่างแครอลและสามี อะไรที่ทำให้สามีภรรยาคู่นี้ต้องเดินมาสู่ช่วงเวลาของการแยกกันอยู่เพื่อเตรียมตัวที่จะเลิกลา “เขาไม่เคยอยู่ฉลองคริสมาสต์กับฉัน” รวมถึงความสัมพันธ์อันเลยเถิดระหว่างแครอลและแอ๊บบี้เพื่อนสนิท ความยุ่งยากบางอย่างในอดีตถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้สถานการณ์ใหม่ จึงทำให้ผู้ชมพร้อมจะลืมเลือนไปว่าเคยเกิดเรื่องที่ยุ่งยากไม่น้อยกว่ากัน และเป็นไปได้ว่าอาจจะรุนแรงกว่าในแง่ที่ว่าเป็น “ครั้งแรก”
มองจากมุมของแครอล เธอค้นพบและรับมือกับความรักในหลากหลายแบบ รักที่มี “กรอบ” บางอย่างและวางวิถีทางเอาไว้แล้วอย่างเคร่งครัด รักจากมิตรภาพความเชื่อใจ รักจากความปรารถนาที่ว้าวุ่น อ่อนไหว รักที่ห่วงหาอาทรเกินกว่าจะครอบครองเป็นเจ้าของ และรัก...ที่จะให้ตัวเองได้ตกหลุมรัก และได้รับความรักชนิดเดียวกันจากใครอีกคน แต่เรามองแครอลจากมุมไหน เราตัดสินเธออย่างไร และอะไรที่แฝงอยู่ในการตัดสินเหล่านั้น
ความรักของแครอลกับเธเรสกลายเป็นเรื่องเล่าที่งดงามไม่ใช่แค่พวกเธอต่างตกหลุมรัก แต่เพราะพวกเธอกล้าที่จะปล่อยให้ตัวเองตกหลุมรักภายใต้เงื่อนไขที่แทบจะเป็นไปไม่ได้และท้าทายทุกกรอบของสังคมต่างหาก ภายใต้แววตาที่มาดมั่นปรารถนาของแครอล เรามองเห็นอะไร เราจินตนาการถึงความเจ็บปวดสูญเสียที่เธอผ่านพบมาได้ไหม เกิดอะไรขึ้นตลอดสิบปีของความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามี เกิดอะไรขึ้นเมื่อความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างเธอกับแอ๊บบี้เริ่มต้นขึ้นและจบลง และเกิดอะไรขึ้นเมื่อเธอต้องยืนยันที่จะมีชีวิตและทำตามความปรารถนาของตัวเอง


ความรักครั้งใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเสมอ?

ในตอนเริ่มต้น ความรักไม่เคยเผยออกมาอย่างน่าเกลียด ไม่ว่าจะว้าวุ่นหวั่นไหวแค่ไหนมันยังคงน่ารักน่าเอ็นดู ส่งผลสะเทือนไหวจนอาจเปลี่ยนแปลงเราไปตลอดกาล ทว่าสิ่งที่ทำให้ความรักยิ่งใหญ่ไม่ใช่มันเริ่มต้นอย่างไร แต่ “จบลง” อย่างไร ความรักครั้งใหม่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่า มันเพียงน่ารักน่าเอ็นดูอย่างที่มันเคยเป็นในครั้งก่อน ความรักที่กำลังจะจบลงต่างหากเล่าที่เผยโฉมหน้าของตัวเองออกมา จะกล่าวให้ชัดเจน “ตัวเรา” หรือ “คน (ที่เคย) รัก” ของเราคนนั้นแท้จริงแล้วคือใครและทำอะไรเมื่อมาถึงวันที่ถูกทำให้เจ็บปวดร้าวรานอย่างที่สุด เราใช้ความรุนแรง ใช้แหล่งอำนาจและเงื่อนไขทุกอย่างที่มีมาต่อรองเพื่อที่จะยึดครองสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นของเราใช่ไหม เรากลายเป็นปีศาจที่คอยหลอกหลอนกันและกันหรือไม่ เรายังจำภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูของตัวเอง ภาพที่งดงามหมดจดงดงามของคนรักในวันก่อนได้ไหม คนมีรักในครั้งที่มันเริ่มต้นไม่เคยเป็นคนที่น่าเกลียด ความกลัวและความเจ็บปวดต่างหากที่ทำให้คนเรากลายเป็นเช่นนั้น ความรักยิ่งใหญ่เสมอเมื่อมันเริ่มต้นและจะกลายเป็นมหากาพย์เมื่อเดินทางไปถึงวันที่ลาจาก เราบอกลากันอย่างไร คือสิ่งที่สะท้อนว่าที่ผ่านมาเรารักกันอย่างไร และเราจะอยู่ในความสัมพันธ์เมื่อความรักไม่เหลือที่ทางของมันอีกต่อไปแล้ว...อย่างไร
ในความรัก บางครั้งเราเดินจาก บางครั้งเราถูกละทิ้ง แต่ในความเจ็บปวดแหลกสลาย เราเท่าทันมากน้อยแค่ไหนกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังคำอธิบายหรือเรื่องเล่าที่เราบรรจงสร้างเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าการตระหนักว่าฉันไม่ได้รักเธอแล้ว อาจจะง่ายกว่าเขาไม่ได้รักเราแล้ว โดยวิธีหรือศักยภาพในการรับมือกับมันก็แตกต่างกันไป ตบท้ายด้วยฉากสำคัญของเรื่อง ในห้องเจรจาที่อึงอลด้วยการโต้เถียงอย่างเร่าร้อนเรื่องสิทธิในการดูแลเด็กหญิงตัวน้อย แครอลตัดสินใจยืนยันในความรักความปรารถนา ตัวตน และชีวิตต่อไปเบื้องหน้าของตัวเอง เธอตระหนักว่าไม่จำเป็นต้องยื้อแย่งในสิ่งที่ "เป็น" ของเรา ขณะเดียวกันก็ไร้ประโยชน์ที่จะเหนี่ยวรั้งหรือยึดครองสิ่งที่ไม่มีวันเป็นของเราเช่นกัน ในตอนเริ่มต้นเราไม่ได้น่าเกลียดเช่นนั้น เธอกล่าวกับสามีก่อนจากลา
นแง่นี้แครอลคงเป็นเพียงเรื่องเล่าของความรัก การตกหลุมรัก การเลิกราที่เห็นได้ดาษดื่นทุกวี่วัน หากมิใช่คนรักใหม่ที่เธอเลือกคือเพศเดียวกัน จุดต่างเล็กๆนี้เองที่ทำให้เราพบว่าเรื่องเล่านี้มีอีกหลายมิติที่น่าขบคิดว่ามนุษย์พยายามจะควบคุมความรักความสัมพันธ์ระหว่างกัน ด้วยขนบจารีต ชุดคุณค่า บทบาททางสังคม ศีลธรรม ตลอดจนกฎหมายอย่างเข้มข้นเพียงไหน เรามอบอำนาจจัดการและตัดสินให้กับใคร หากพิจารณาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น ความรักและความสัมพันธ์มนุษย์ มิได้ถูกทำให้เรียบง่ายเช่นนั้น หากมันถูกอธิบายภาพในกรอบคิดเรื่องเพศ อำนาจ จารีต ศีลธรรม อุดมการณ์และชุดคุณค่ามากมาย


0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

สมัครร่วมกิจกรรมฟรี

รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
หัวข้อ: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเพศวิถีและความหลากหลายทางเพศ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559
ณ ร้านหนังสือบูคู จ.ปัตตานี

รับจำนวนจำกัด
ดูรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมฟรี


Popular

Blog Archive

About

Buku’s Gender, Sexuality and Human Rights Classroom (Buku Classroom) works to realize gender, sexuality, human rights and social justice in deep southern provinces, Thailand.----- ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู หรือห้องเรียนบูคู (Buku Classroom) มุ่งสร้างความตระหนักและพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเพศวิถี ความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมทางสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

Translate