True to One's Self Interview Anticha and Daranee from Buku

True to One's Self 
บทสัมภาษณ์อันธิฌา แสงชัย และดาราณี ทองศิริ จากห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู ใน DONT Magazine ฉบับเดือนมิถุนายน 2558

(For English, please scroll down)

บทสัมภาษณ์โดย อลิสา สันตสมบัติ
ภาพถ่ายโดย อันธิฌา แสงชัย

อันธิฌา แสงชัย กับดาราณี ทองศิริ รู้จักกันเพราะทั้งคู่เขียนเรื่องสั้นลงในหนังสือรวมเรื่องสั้นเกี่ยวกับหญิงรักหญิงเล่มเดียวกันของสำนักพิมพ์สะพาน หลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กและคุยกันมาตลอดอย่างถูกคอ ตอนนั้นดาราณีทำงานเป็นพนักงานดูแลร้านหนังสือแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ส่วนอันธิฌา เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่กำลังเรียนปริญญาเอกที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นทั้งคู่มาเจอกันจริงๆ โดยดาราณีชวนอันธิฌาไปยังร้านหนังสือที่เธอทำงานอยู่ แล้วทั้งคู่ก็เริ่มต้นคบกันตั้งแต่นั้นมา

หลังจากนั้นหนึ่งปี อันธิฌา ต้องสอนหนังสือที่ปัตตานีส่วนเรื่องเรียนก็เหลือแต่เขียนวิทยานิพนธ์จึงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ ประกอบกับดาราณีคิดอยากเปิดร้านหนังสือของตัวเอง เธอจึงตัดสินใจย้ายมาอาศัยอยู่ที่ปัตตานี และเปิดร้านหนังสือชื่อบูคู พร้อมห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นพื้นที่ให้คนได้พูดคยแลกเปลี่ยนถึงความหลากหลายทางเพศในที่สาธารณะรวมถึงประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอื่นๆที่น่าสนใจ

Space of Diversity
ทั้งคู่ผ่านอุปสรรคมากมายเมื่อเปิดเผยตัวตนว่าเป็นหญิงรักหญิง และเมื่อผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ก็ทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนรักเพศเดียวกันคนอื่นๆ และได้กลายเป็นนักกิจกรรมที่ทำงานเพื่อสังคมด้านความหลากหลายทางเพศในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม

"พอเปิดร้านมาได้สักระยะ ก็เริ่มคิดว่าอยากจะทำกิจกรรมกับคนที่นั่น คิดมานานว่าจะทำเรื่องความหลากหลายทางเพศที่นั่นได้อย่างไรเพราะเป็นพื้นที่ที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นคนส่วนใหญ่ และการพูดเรื่องเพศในที่สาธารณะหรือทั่วไปก็เป็นเรื่องยาก ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศด้วยซ้ำ แต่พอลงไปอยู่ได้สักพัก วันหนึ่งก็มีนักศึกษาชวนเราไปพูดในงานสัมมนาที่เขาจัด เรื่องเพศเลือกได้ เป็นประเด็นเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในสังคมปัจจุบัน หลังจากนั้นมา เลยกลับมาคุยกับพี่อันแล้วตัดสินใจเปิดชั้นเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชนที่ร้าน ครั้งแรกๆ ก็เป็นกลุ่มนักศึกษาที่มาเข้ากระบวนการกับเรา ต่อมาก็จะมีความหลากหลายมากขึ้น และไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องเพศที่เราทำ แต่ทุกๆประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เราก็หาโอกาสจัดกิจกรรมอยู่เรื่องๆ แล้วแต่ว่าช่วงไหนมีเรื่องอะไรที่น่าสนใจ" ดาราณีกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อสังคม

Coming Out Is Not a Simple Matter
กว่าที่ทั้งสองจะมาอยู่ด้วยกันได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับอันธิฌาซึ่งคิดมาตลอดว่าตนเป็นหญิงรักชายที่แต่งงานและมีลูกแล้ว การเพิ่งมารู้ตัวว่าชอบผู้หญิงตอนอายุสามสิบเป็นเรื่องใหญ่มาก และรู้สึกสับสน เธอทบทวนความรู้สึกและทำความเข้าใจตัวเองผ่านการเขียน

"เพื่อทำความเข้าใจตัวเอง เราใช้วิธีเขียนบันทึก จนในที่สุดจากบันทึกมันก็กลายเป็นนิยายเล่มหนึ่ง ได้พิมพ์ขายด้วย พอเขียนจบ มันก็เหมือนกับว่าการใคร่ครวญมันบรรลุผลบางอย่าง เดินมาถึงจุดที่ยอมรับตัวเองได้ เริ่มเข้าใจ เริ่มรู้สึกมั่นคงขึ้น ก็เริ่มสื่อสารกับอดีตสามีว่าเราสองคนคงต้องทบทวนกันใหม่แล้วว่าจะเอาอย่างไรดีกับชีวิตคู่ เขาก็ตกใจมากๆและยอมรับไม่ได้ ก็เพราะเขียนนิยายนี่แหละจากนั้นไม่นานก็มารู้จักกับปลา ได้คุยกับเขาก็รู้สึกดี ก็เริ่มคบหากัน ทีนี้ชีวิตครอบครัวก็ต้องจบเพราะว่ามันยากที่จะเดินไปต่อ ที่บ้านเราครอบครัวเราเขาก็ยอมรับไม่ได้ค่ะ มีปัญหากันเยอะเลย ทุคคนจะบอกว่าเรานี่เห็นแก่ตัว แต่เราก็ตัดสินใจแล้ว มันไม่มีความสุขที่จะปฏิเสธความจริง เรากลับคิดว่าควรรักควรเริ่มจากการยอมรับความจริง แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ เจ็บปวดมากนะ แต่เราก็เชื่อมั่นว่ามันจะผ่านไปด้วยดี ในที่สุดก็พบว่าเมื่อเราเปิดตัว เรากล้าที่จะยอมรับตัวเอง ความเจ็บปวดต่างๆมันก็ถูกเยียวยา การออกมาพูดเรื่องเหล่านี้ก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น และได้ทำให้คนอื่นมองเห็นความเป็นไปได้บางอย่างของชีวิต" อันธิฌาเล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการค้นพบความต้องการของตัวเอง

สำหรับดาราณี การเปิดเผยตัวตนมีที่มาจากการเห็นว่าหญิงรักหญิงถูดปิดกั้นโอกาสและสิทธิบางอย่างจากสังคม "ตอนแรกก็ไม่ได้เปิดเผย เพราะเราคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องบอกใคร แต่พอหลังจากที่เกิดเหตุการณ์กับชีวิตคู่ คือได้รับผลกระทบจากการเป็นหญิงรักหญิง และทำให้ถูกเลือกปฏิบัติหรือกีดกันไม่ได้ได้สิทธิบางอย่าง เราก็เลยคิดว่าคงต้องออกมาทำงานเรื่องนี้กับสังคม โดยเฉพาะคู่อื่นๆที่เป็นเพื่อนของเรา คนที่เรารู้จัก ซึ่งเรารู้มาว่ามีคนที่เขาโดนหนักกว่าเราอีก และถ้าจะทำงานในประเด็นความหลากหลายทางเพศก็ต้องเปิดเผยตัวตนของตัวเองกับสังคมด้วย ไม่ใช่ว่าทำงานประเด็นนี้ใช้ชีวิตแบบเดียวกัน แต่ปฏิเสธกับคนอื่นว่าไม่ใช่ และไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งการทำแบบนั้นก็อาจจะไม่ผิด แต่สำหรับตัวเองคิดว่า การจะเข้าถึงคนจำนวนมากหรือทำให้สังคมเข้าใจปัญหาของคนรักเพศเดียวกันที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกัน อย่างน้อยที่สุดเราก็ต้องมีความกล้าหาญพอที่จะบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองให้สังคมรับฟังด้วย มันถึงจะมีพลังและมีน้ำหนักมากพอที่จะให้คนเข้าใจว่าคนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง"

Living Throught Hardship
การที่หญิงรักหญิงจะใช้ชีวิตร่วมกันไม่ใช่เรื่องงานในสังคมไทย โดยเฉพาะในกรณีครอบครัวของอันธิฌา ที่รับไม่ได้ว่าเธอเลือกจะใช้ชีวิตกับผู้หญิงและเป็นแม่ของลูกไปด้วย แต่ทั้งคู่ก็ค่อยๆทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างเข้าใจและยอมรับ อีกทั้งหาทางสื่อสารกับสังคมผ่านเพจในเฟซบุ๊กชื่อ "พ่อแม่หลากหลายเพศ" เพราะเชื่อมั่นว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงและเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น

"ช่วงแรกมีปัญหาเยอะ แต่ที่ผ่านมาได้ก็เพราะเราสองคนอดทนทำความเข้าใจว่ามันไม่ง่ายที่จะเข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งใหม่มากในสังคมไทย ไม่มีการเรียนการสอนในระบบการศึกษาด้วยซ้ำไป ทำให้คนไม่สามารถจินตนาการได้ว่า คนรักเพศเดียวกันจะสามารถมีความสุขในชีวิตคู่เหมือนคู่หญิงชายทั่วไปที่เราเข้าใจกันได้อย่างไร ทางครอบครัวพี่อันเขาก็คงเป็นห่วง อยู่ๆพี่อันก็เลิกกับสามีแล้วมาใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ ส่วนทางครอบครัวสามีก็คงกังวลว่าแล้วจะบอกสังคมอย่างไร จะเลี้ยงลูกสาวอย่างไร แต่สุดท้ายเราก็อาศัยการทำงานกับทุกๆคน เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ ใช้ชีวิตคู่ของเราให้มีความสุขและดูแลกันและกันได้ ทำให้เขาเห็นว่าเราใช้ชีวิตกันเหือนคู่หญิงชายทั่วไปยังไง พาแม่กับลูกสาวเขามาอยู่ด้วยกันที่ปัตตานีระยะหนึ่งหลังจากที่เริ่มคลี่คลายแล้ว พี่อันก็พาเราไปพบกับพี่สาวพี่ชายของเขา ก็ทำให้ทุกคนเห็นว่ามันไม่มีอะไรน่ากลัว ที่ต่างออกไปก็แค่เรื่องความเป็นเพศเท่านั้นเอง นอกนั้นเราก็มีความสุขความทุกข์กล้ายๆกันในชีวิตประจำวัน สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ ทุกวันนี้ครอบครัวพี่อันก็ยอมรับได้แล้วว่าเราอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ใช้ชีวิตคู่กันเหมือนคนอื่นๆ

ส่วนทางครอบครัวเราไม่มีปัญหาอะไร เพราะที่บ้านค่อนข้างให้อิสระมาตั้งแต่เด็กแล้ว เขาก็รับรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน ส่วนที่ทำงานพี่อันก็ยิ่งไม่มีปัญหา เพราะคนที่ทำงานด้วยกันหลายคนก็ใช้ชีวิตคล้ายๆกัน แต่ในส่วนของสังคมที่มีคนที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ก็มีทั้งที่ไม่ต้อนรับ หลีกเลี่ยงที่จะคบหา หรือมีทั้งเพื่อนและคนรู้จักที่เขายอมรับและคบหากับพวกเราเป็นปกติเพราะเขาไม่ได้มายุ่งเรื่องส่วนตัวของเรา แม้ว่าตามหลักศาสนาแล้ว อิสลามไม่สามารถยอมรับคนเพศเดียวกันได้ก็ตาม แต่เราก็มีเพื่อนชาวมุสลิมหลายคนที่เขาเปิดกว้างและยอมรับเพศวิถีของเราสองคน" ดาราณีกล่าว


"ตอนนี้ลูกสาวก็อยู่กับพ่อของเขา ปิดเทอมเราก็ไปรับมาอยู่ด้วย ก็อธิบายกับเขาตามความเป็นจริงว่าพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม่อยู่กับน้าปลาแบบคู่ชีวิต ส่วนพ่อเป็นเพื่อนกันกับแม่ สำหรับเด็กเขาอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องนี้เพราะก็โตมาในสังคมที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่คิดว่าถ้าเขาโตขึ้นคงได้ค่อยๆคุยกันไปเรื่องๆ ความยากก็มีอยู่ค่ะ คนรอบข้าง สังคมไม่เคยได้รับการบอกข้อมูลว่ามีครอบครัวในยุคปัจจุบันมันมีความหลากหลายมากกว่าพ่อแม่ลูก อาจจะต้องค่อยๆสื่อสารทั้งในระดับครอบครัวและสังคมทั่วไป อยากบอกคนที่ยังไม่สามารถเปิดตัวในตอนนี้ได้ว่าแน่นอนว่าตอนแรกมันยาก แต่ชีวิตจะง่ายขึ้น และคุณจะมีความสุขมากขึ้น" อันธิฌาพูดถึงความสัมพันธ์กับลูกสาวและอดีตสามี ก่อนจะปิดท้ายด้วยการให้กำลังใจคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบที่เธอเคยเผชิญ.

True to One's Self

Although being together is not easy for these two ladies, they managed to get through difficulties and their lives have resolved for the better.


Words: Alisa Santasombat
Photography: Anticha Sangchai

Anticha Sangchai and Daranee Thongsiri from Buku Classroom was interviewed by DONT Magazine, June 2015. 

In "True to One's Self," we told about our life partnership, works in the Buku bookshop and works as activists for SOGIE Rights in deep south of Thailand.



You can read the full article by click this link:
pages: 105-106

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

สมัครร่วมกิจกรรมฟรี

รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
หัวข้อ: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเพศวิถีและความหลากหลายทางเพศ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559
ณ ร้านหนังสือบูคู จ.ปัตตานี

รับจำนวนจำกัด
ดูรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมฟรี


Popular

About

Buku’s Gender, Sexuality and Human Rights Classroom (Buku Classroom) works to realize gender, sexuality, human rights and social justice in deep southern provinces, Thailand.----- ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู หรือห้องเรียนบูคู (Buku Classroom) มุ่งสร้างความตระหนักและพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเพศวิถี ความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมทางสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

Translate