ความหลากหลายทางเพศกับผู้นับถือศาสนาอิสลาม: ประสบการณ์จากสามจังหวัดชายแดนใต้ l ดาราณี ทองศิริ

.
.
บทความโดย ดาราณี ทองศิริ

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศกับศาสนาอิสลาม บ่อยครั้งพบว่า ผู้นับถือศาสนาอิสลามจำนวนหนึ่งมักโจมตีบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น การใช้ถ้อยคำด่าทออย่างรุนแรง การกล่าวประณามว่าเป็นพวกวิปริตผิดเพศ การยกบทบัญญัติตามหลักศาสนาว่าเพศวิถีที่ไม่ใช่รักต่างเพศ (Heterosexual) เป็นการกระทำอันเป็นบาป

ในทางกลับกัน บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศก็ตอบโต้กลับด้วยการโจมตีศาสนาอิสลาม ทั้งในเรื่องของหลักศาสนา การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือกระทั่งโยงไปถึงเรื่องความรุนแรงและการก่อการร้ายสากล

ประสบการณ์จากการได้มีโอกาสดำเนินโครงการห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นับถือศาสนาอิสลามซึ่งเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงครอบครัว เพื่อนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และผู้ที่อยู่ในสังคมเดียวกัน ต่างก็มีแนวคิดหรือมุมมองที่หลากหลาย คือมีทั้งกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุนและต่อต้าน ไปจนถึงกลุ่มคนที่ไม่รังเกียจ เข้าใจ ยอมรับได้ และแม้แต่สนับสนุน โดยแต่ละกลุ่มมีวิธีคิดที่แตกต่างกันออกไป 

กลุ่มที่มีแนวคิด “ไม่สนับสนุน” หรือ “ต่อต้าน” ความหลากหลายทางเพศ เหตุผลหลักที่มักจะอ้างถึง คือเป็นบทบัญญัติในศาสนาอิสลาม ซึ่งได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าความรักและเพศสัมพันธ์มีได้ระหว่างชายหญิงเท่านั้น การรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องบาปและจะส่งผลให้ตกนรกได้ ซึ่งสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม การทำตามบทบัญญัติของศาสนาเป็นเรื่องสำคัญกับการใช้ชีวิตตามวิถีของมุสลิมที่ดี ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปเมื่อกล่าวถึงความหลากหลายทางเพศว่าผู้นับถือศาสนาอิสลามจะไม่สามารถสนับสนุนสิ่งนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกอย่างเปิดเผย และหลายคนถึงขั้นแสดงอาการเกลียดชังอย่างรุนแรง เนื่องจากการมีวิถีทางเพศเช่นนั้นไม่ตรงกับบทบัญญัติทางศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้และไม่สามารถปล่อยให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้นจะเห็นว่าในประเทศที่ใช้กฎหมายซึ่งมีฐานคิดจากศาสนาอิสลาม อาจมีการโบยตี จำคุก หรือถึงขั้นมีโทษประหารชีวิตคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบทบัญญัติทางศาสนาหรือผู้นำทางศาสนา ได้กำหนดกฎเกณฑ์ห้ามไม่ให้มีวิถีทางเพศที่หลากหลาย แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือ มีศาสนิกจำนวนมากที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมไปถึงคนมุสลิมจำนวนมากที่ไม่ได้มีความหลากหลายทางเพศ แต่ก็ไม่ปฏิเสธการมีตัวตนอยู่ ไปจนถึงสนับสนุนหรือยอมรับได้ในบางระดับกับวิถีทางเพศที่ไม่ถูกต้องตามหลักศาสนา โดยมี “ข้อต่อรอง” หรือ “วิธีคิด” ที่แตกต่างหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น

(1) แม้ว่าการรักเพศเดียวกันซึ่งบทบัญญัติทางศาสนากำหนดเอาไว้ว่าเป็นบาป แต่บาปนั้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เป็นเรื่องระหว่างพระเจ้ากับผู้ศรัทธาเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิไปตัดสิน อาจทำได้แค่การตักเตือนกันตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งมีบทบัญญัติให้ต้องตักเตือนกันเมื่อเห็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากถ้าไม่ตักเตือน ตนเองก็จะบาปไปด้วย แต่การเตือนนั้นไม่ใช่การบีบบังคับ หรือไปละเมิดเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น

(2) การมีเพศวิถีที่แตกต่างไปจากบทบัญญัติ แม้ว่าจะเป็นความผิดตามหลักศาสนา แต่เมื่อพิจารณาในบัญญัติอื่นๆซึ่งกล่าวถึงความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ดังนั้นทุกคนควรได้รับการปฏิบัติด้วยความรักความอ่อนโยน แม้ว่าจะทำผิดหลักศาสนา ก็ไม่มีใครสมควรถูกละเมิด ทำร้าย หรือถูกขับไล่ออกจากสังคม เหตุใดจึงนำบทบัญญัติบทเดียวมาใช้เพื่อทำร้ายคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ทำไมจึงไม่นำบทบัญญัติอื่นที่ว่าด้วยความรักความเมตตาต่อกันมาใช้ด้วย

(3) แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยหรือสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้โดยไม่คิดจะไปทำร้ายหรือต่อต้าน เพราะถึงแม้จะทำผิดหลักศาสนาแต่เราก็เป็นมนุษย์ที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม อาจจะไม่ได้ไปใกล้ชิดมากนัก แต่ก็ไม่ไปทำร้ายซึ่งกันและกัน

(4) ในกรณีของบิดามารดา ถ้าถามความต้องการจริงๆ ก็คงอยากให้ลูกมีวิถีทางเพศถูกต้องตามหลักศาสนา คือแต่งงานสร้างครอบครัวมีทายาทสืบทอดเชื้อสาย แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถไปบังคับจิตใจลูกได้ หากนั่นไม่ใช่ความต้องการของลูก ดังนั้นก็มองเห็นว่าความสุขของลูกคือสิ่งสำคัญที่สุด เรื่องบาปนั้นลูกคงต้องไปรับการพิจารณาจากพระเจ้าเอง เราทำได้แค่ตักเตือนและดูแลลูกให้ดีเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าคนรอบข้างที่อยู่ในสังคมจะตำหนิเรา แต่เราก็คิดว่าให้ลูกเป็นคนตัดสินใจเลือกเอง

และ (5) ผู้ศรัทธาต่างได้รับบททดสอบจากพระเจ้าที่แตกต่างกันไป คนที่มีความหลากหลายทางเพศก็อาจจะเป็นบททดสอบหนึ่งจากพระเจ้าเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องระหว่างผู้ศรัทธากับพระเจ้า คนอื่นก็มีบททดสอบของตัวเอง ไม่สามารถมีใครเข้าไปจัดการกับบททดสอบของผู้อื่นได้

การให้เหตุผลข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีคิดและการต่อรองของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม  เพื่อตอบคำถามหรือจัดการกับความขัดแย้งเรื่องความหลากหลายทางเพศในแบบใดแบบหนึ่ง และอยู่ร่วมกันในชุมชนที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ 
จะเห็นว่ามุมมองของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ไม่ได้ต่อต้านหรือกีดกันผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศไปทั้งหมด แต่ยังมีคนที่เปิดกว้างหรือมีความเข้าใจในบางระดับ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน และคนในชุมชน 

ในยุคที่การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆ กลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามที่สนับสนุนความหลากหลายทางเพศได้สร้างเผจในเฟซบุคหรือเขียนบทความในประเด็นศาสนาอิสลามกับความหลากหลายทางเพศขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ที่ต่อต้านหรือมีอาการเกลียดกลัวความหลากหลายทางเพศในศาสนาอิสลามเอง และเพื่อยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในขณะเดียวกันก็สนับสนุนความหลากหลายทางเพศด้วย เช่น เผจที่มีชื่อว่า Muslims Against Homophobia and LGBT Hate เป็นต้น

ดังนั้น สิ่งที่ผู้เขียนอยากสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจต่อ “ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ” และ “ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม” หรือผู้ที่เป็นศาสนิกที่มีความหลากหลายทางเพศด้วย คือการมองถึง “ข้อจำกัด” ที่แต่ละคนมีอยู่ และความเป็นไปได้ในการ “อยู่ร่วมกัน” โดยมีความเคารพ ไม่สร้างความเกลียดชัง หรือความเข้าใจผิดต่อกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงลุกลามไปถึงขั้นการละเมิดทำร้ายร่างกาย 

ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามแต่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศมีอยู่ไม่น้อย ซึ่งคงไม่เป็นธรรมกับพวกเขา หากถูกเหมารวมและตัดสินง่ายๆ จากการกระทำหรือคำพูดของคนที่นับถือศาสนาอิสลามเพียงจำนวนหนึ่ง หากมีประเด็นโต้แย้งหรือต้องการวิพากษ์วิจารณ์  จะดีกว่าหรือไม่หากเราสามารถแยกแยะการกระทำออกเป็นประเด็นไปและไม่เหมารวมว่าศาสนิกหรือศาสนาอิสลามนั้นเลวร้าย เพราะหากเป็นเช่นนั้น ก็คงไม่ได้แตกต่างไปจากการกระทำของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามบางส่วนที่มองว่าผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศไม่สมควรเป็นผู้ศรัทธาหรือมีที่ยืนมีตัวตนอยู่ในสังคมเดียวกันเพียงเพราะพวกเขามีเพศวิถีที่ผิดไปจากบทบัญญัติของศาสนา.


ภาพจากเผจ Muslims Against Homophobia and LGBT Hate






0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

สมัครร่วมกิจกรรมฟรี

รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
หัวข้อ: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเพศวิถีและความหลากหลายทางเพศ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559
ณ ร้านหนังสือบูคู จ.ปัตตานี

รับจำนวนจำกัด
ดูรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมฟรี


Popular

About

Buku’s Gender, Sexuality and Human Rights Classroom (Buku Classroom) works to realize gender, sexuality, human rights and social justice in deep southern provinces, Thailand.----- ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู หรือห้องเรียนบูคู (Buku Classroom) มุ่งสร้างความตระหนักและพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเพศวิถี ความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมทางสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

Translate