นักศึกษากับการอ่าน: ประสบการณ์จากร้านหนังสือบูคู ตอนที่ 2

.
ดาราณี ทองศิริ
.
ก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้เล่าถึงนักศึกษากับปัญหาในการอ่านหนังสือไปแล้ว หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วนักศึกษาที่รักการอ่านล่ะ มีมากน้อยแค่ไหน เรายังพอมีหวังกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในยุคนี้หรือไม่ ทำอย่างไรนักศึกษาจึงจะอ่านหนังสือกันมากขึ้นกว่าเดิม คำถามเหล่านี้อาจพอมีคำตอบอยู่บ้าง ก่อนอื่นขอเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้พบปะกับนักศึกษาที่เข้ามายังร้านหนังสือ และเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในการอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือประเภทใดก็ตาม 




จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนทำให้ทราบถึงปัจจัยสำคัญหลายประการที่สนับสนุนให้นักศึกษากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสนใจในการอ่าน และจากการสังเกตวิธีการค้นหาหนังสือและการใช้เวลาอยู่ในร้านหนังสือของนักศึกษา ผู้เขียนพบว่า

1.มีนักศึกษาจำนวนมากที่เข้ามาในร้านหนังสือ เพื่อค้นหาหนังสือที่ตนเองสนใจ ซึ่งหนังสือที่อ่านนั้นมิได้จำกัดอยู่แค่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสาชาวิชาอื่นที่นักศึกษาสนใจเป็นพิเศษ แม้ไม่ได้ลงเป็นวิชาหลักในมหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างเช่น นักศึกษาหลายคนเรียนสาขารัฐศาสตร์ แต่มีความสนใจสาขาวิชาวรรณกรรม หรือนักศึกษาสาขาอิสลามศึกษา แต่สนใจอ่านหนังสือเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ ความเรียงเชิงสารคดี 

2.นักศึกษาหลายคนใช้วิธีการอ่านหนังสือเพื่อการผ่อนคลายความเครียดจากการเรียน โดยเลือกหนังสือที่มีเนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจ ไม่เน้นเนื้อหาที่เป็นเชิงทฤษฎีจนเกินไปนัก หรือเลือกอ่านนวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี ที่อ่านสนุกและเพลิดเพลิน หลายครั้งที่นักศึกษาจะขอคำแนะนำเกี่ยวกับหนังสือที่อ่านเข้าใจได้ง่ายและไม่เครียดจนเกินไป เหตุผลคือเมื่ออยู่ในชั้นเรียนก็ต้องอ่านตำราเรียนเป็นจำนวนมาก พวกเขาต้องการหนังสือที่สามารถผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนบ้าง

3.นักศึกษาที่ชอบอ่านหนังสือหลายคน โดยมากมักเข้ามาในร้านอย่างเงียบๆ และใช้เวลาอยู่กับการเลือกซื้อหนังสืออย่างเต็มที่ บางคนอาจนั่งอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือทั้งวัน นักศึกษาบางคนแม้มีเงินติดตัวเพียงเล็กน้อย ก็ยังสามารถค้นหาหนังสือที่ต้องการซื้อในราคาประหยัดได้ บางคนซื้อหนังสือคราวละหลายเล่ม ใช้เวลาอ่านไม่นานก็กลับมาซื้อใหม่  นักศึกษาหลายคนเป็นขาประจำของร้านหนังสือบูคู พวกเขาอาจเข้ามาไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละครั้ง แม้จะไม่ได้ซื้อหนังสือกลับไป แต่ก็มักจะแวะเวียนมาดูหนังสืออย่างต่อเนื่อง

4.นักศึกษาบางคนกล้าที่จะสอบถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการอ่านหรือหนังสือที่สนใจ รวมไปถึงแวดวงของธุรกิจหนังสือหรือแวดวงนักเขียน มีการติดตามข่าวสารจากอินเตอร์เน็ต บ่อยครั้งที่พบว่านักศึกษามีข้อมูลเกี่ยวกับแวดวงหนังสือล่าสุดมากกว่าผู้เขียนเสียอีก

5.นักศึกษาบางคนเพิ่งเริ่มต้นอ่านหนังสือ ในช่วงแรกการเข้าร้านหนังสืออาจเป็นสิ่งท้าทายสำหรับนักศึกษา หลายครั้งนักศึกษาที่มาเป็นครั้งแรกจะสอบถามขอคำแนะนำว่าถ้าอยากเริ่มต้นอ่านหนังสือวรรณกรรมสักเล่ม ควรอ่านอะไร เล่มไหนที่พอจะเป็นจุดเริ่มต้นได้ ไม่ยากจนเกินไป ซึ่งผู้เขียนก็ได้แนะนำวิธีการเลือกหนังสือเบื้องต้นให้กับนักศึกษา และเมื่อมาบ่อยครั้งเข้า นักศึกษาก็เริ่มมีความคุ้นชิน สามารถที่จะหาหนังสือที่ตนเองสนใจได้ในที่สุด

จากการข้อสังเกตที่กล่าวมา ทำให้มีคำถามว่า แม้ว่าจะมีปัญหานักศึกษาไม่ชอบอ่าน แต่เหตุใดนักศึกษาจำนวนหนึ่งถึงชอบอ่านหนังสือ หรือหาความรู้เพิ่มเติมด้วยการอ่าน หรืออ่านหนังสือที่หลากหลายมากกว่าที่ต้องอ่านในชั้นเรียนตามสาขาวิชา ปัจจัยที่สำคัญจากการแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือ ผู้เขียนพบว่า

1.พื้นฐานครอบครัวของนักศึกษาเองที่เป็นผู้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับนักศึกษา หลายคนเล่าว่าพ่อแม่ของพวกเขาชอบอ่านหนังสือ ในบ้านจึงมีหนังสือจำนวนมากที่สามารถหยิบอ่านได้ และพ่อแม่ของพวกเขาก็ยังสนับสนุนการซื้อหนังสือของลูกๆด้วยการพาไปเลือกซื้อหนังสืออีกด้วย ผู้เขียนเองมีโอกาสได้พบกับผู้ปกครองหลายครอบครัวที่พานักศึกษามาเลือกซื้อหนังสือในร้าน

2.ความสนใจเฉพาะตัว มีนักศึกษาจำนวนมากที่บอกว่าเป็นความสนใจเฉพาะตัวของพวกเขาเอง ทั้งๆที่ครอบครัวก็มิได้สนับสนุน และบางครอบครัว ผู้ปกครองก็ไม่สนับสนุนให้อ่านหนังสืออื่นนอกจากหนังสือเรียน แต่พวกเขาก็หาทางอ่านหนังสือหรือพยายามอธิบายให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือด้วยตนเองจนสามารถอ่านหนังสืออื่นๆที่ไม่ใช่ตำราเรียนได้ในที่สุด

3.คำแนะนำจากอาจารย์หรือเพื่อนนักศึกษา หลายคนเล่าว่าการอ่านของพวกเขาเกิดขึ้นจากคนรอบตัว เช่น เมื่อเห็นเพื่อนอ่านหนังสืออื่นที่ไม่ใช่หนังสือเรียน พวกเขาก็เกิดคำถามว่าทำไมจึงต้องอ่านหนังสือประเภทอื่นที่ไม่ใช่ตำราเรียนด้วย จากนั้นจึงลองอ่านดูบ้าง และทำให้ทราบว่าในโลกของหนังสือมิได้จำกัดอยู่ที่หนังสือเรียนเท่านั้น แต่หนังสือประเภทอื่นๆก็อาจให้ความรู้ ความเข้าใจต่อชีวิตและสังคมได้เช่นกัน  หรือนักศึกษาบางคนอาจได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ผู้สอน ให้ลองอ่านหนังสืออื่นๆที่นอกเหนือไปจากหนังสือเรียน และนำมาพูดคุยกันในชั้นเรียนเพื่อฝึกการอ่าน วิเคราะห์และแสดงความเห็น 

4.ความบันเทิงหรือความสนุกเพลิดเพลินจากการอ่าน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักศึกษาชอบอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทใดก็ตาม นักศึกษาหลายคนเริ่มต้นการอ่านจากหนังสือการ์ตูนเล่มเล็กๆ ไปจนกระทั่งการอ่านนิยายเล่มหนาๆ การอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิงนั้นโดยมากมักไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองหรืออาจารย์บางท่าน ด้วยเหตุผลว่าเป็นสิ่งมอมเมา ไม่มีประโยชน์ หรือเสียเวลาและเงินโดยใช่เหตุ ทัศนคติเช่นนี้เองที่ทำให้นักศึกษาบางส่วนต้องแอบซื้อแอบอ่านหนังสือราวกับเป็นสิ่งผิด ส่งผลต่อความเข้าใจเชิงตัดสินว่ามีเพียงหนังสือบางประเภทเท่านั้นที่ควรอ่านโดยที่หนังสือเหล่านั้นจำนวนมากมัก “ไม่สนุก” และทำให้นักศึกษาจำนวนมากเลิกสนใจที่จะอ่านในที่สุด มุมมองเช่นนี้ ยังส่งผลให้หนังสือบางประเภทถูกให้คุณค่ามากกว่าอีกประเภทและบางประเภทถูกจัดไว้สำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น 

ซึ่งผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้และเห็นว่าการอ่านควรเป็นเรื่องที่ผู้อ่านสามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง และไม่ควรมีการชี้นำหรือตัดสินว่าอ่านอะไรจึงดีที่สุดสำหรับตัวผู้อ่าน ประเด็นนี้อาจจะมีความเห็นต่อยอดในบทความตอนต่อๆไป ซึ่งว่าด้วยเรื่องของรายละเอียดในการอ่าน รวมไปถึงอุปสรรคในการอ่านและทำยังไงนักศึกษาถึงอยากอ่านหนังสือ

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ (การอ่านและไม่อ่านของนักศึกษา) ผู้เขียนไม่ต้องการสรุปว่านักศึกษาส่วนใหญ่อ่านหรือไม่อ่านมากน้อยกว่ากัน แต่ต้องการจะตั้งข้อสังเกตและวิเคราะห์จากประสบการณ์ในการทำร้านหนังสือว่าอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักศึกษาชื่นชอบการอ่านหนังสือและไม่ชอบการอ่านหนังสือ เพื่อที่จะทำความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ของนักศึกษากับการอ่านในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่หลายแห่งด้วยกัน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการอ่านกับนักศึกษา ว่าเราสามารถมองเรื่องนี้ได้จากแง่มุมใดได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาจารย์ผู้สอน รวมไปถึงผู้ปกครองของนักศึกษา ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้อาจทำให้เราสามารถเข้าใจนักศึกษาได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

(โปรดติดตาม ตอนที่ 3 ว่าด้วยข้อเสนอแนะ)

อ่านตอนที่ 1 คลิกที่นี่



0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

สมัครร่วมกิจกรรมฟรี

รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
หัวข้อ: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเพศวิถีและความหลากหลายทางเพศ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559
ณ ร้านหนังสือบูคู จ.ปัตตานี

รับจำนวนจำกัด
ดูรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมฟรี


Popular

About

Buku’s Gender, Sexuality and Human Rights Classroom (Buku Classroom) works to realize gender, sexuality, human rights and social justice in deep southern provinces, Thailand.----- ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู หรือห้องเรียนบูคู (Buku Classroom) มุ่งสร้างความตระหนักและพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเพศวิถี ความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมทางสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

Translate