ว่าด้วยเรื่องการแสดงความรักในที่สาธารณะ บทความโดย ดาราณี ทองศิริ

.
ดาราณี ทองศิริ

กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย เมื่อมีการเผยแพร่คลิปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีปากเสียงถึงขั้นด่าทอกันกับคู่รักหญิงรักหญิงในรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยมีผู้หญิงข้ามเพศหรือกะเทยเข้าร่วมด่าทอด้วยถึงความไม่เหมาะสมของการกอดจูบกันของคู่รักหญิงรักหญิง

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีการถกเถียงในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวาง ว่าการแสดงความรักในที่สาธารณะด้วยการกอดจูบนั้นเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ซึ่งความเห็นก็มีหลากหลาย แต่โดยส่วนใหญ่จะไปในทางที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคู่รักหญิงรักหญิง โดยคนที่บอกว่าไม่เหมาะสมก็ให้เหตุผลว่า เพราะผิดศีลธรรมอันดี ผิดวัฒนธรรมไทยอันดีงาม เป็นการก่อความรำคาญทางความรู้สึก ทำให้ผู้อื่นไม่สบายใจ รู้สึกอึดอัด กระอักกระอ่วนใจ ลามไปกระทั่งมีการลากโยงเรื่องเพศวิถีของคู่รักมาด่าทอจนเลยเถิดไปเป็นการเหยียดเพศ

หลายความเห็นในโลกโซเชี่ยลมีเดีย สะท้อนให้เห็นอคติและความเข้าใจผิดที่คนในสังคมไทยมีต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเป็นคู่รักชายหญิง อาจไม่โดนตำหนิถึงขั้นลุกไปชี้หน้าด่าและถ่ายคลิปมาประจานจนกลายเป็นกระแสขนาดนี้

ประเด็นที่อยากจะลองเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆคือ การยอมรับการแสดงความรักในที่สาธารณะ เป็นประเด็นที่สังคมโลกยอมรับกันได้แค่ไหน มีกรณีตัวอย่างอะไรบ้างที่แสดงว่าคนในสังคมคิดและรู้สึกยังไงกับเรื่องการแสดงความรักในที่สาธารณะ โดยเฉพาะกับคนรักเพศเดียวกัน

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้เขียนเพิ่งมีโอกาสได้ไปเข้าร่วมประชุมกับองค์กรที่ทำงานด้านความหลากหลายทางเพศซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศเม็กซิโก ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้

จากการสังเกตระหว่างการเดินตามท้องถนนและโดยสารรถไฟใต้ดินซึ่งเป็นขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ในประเทศเม็กซิโก พบว่า เราสามารถเห็นการแสดงความรักของคู่รักในที่สาธารณะได้ทั่วไป การแสดงความรักในที่นี้ หมายถึงการกอดจูบลูบไล้กันและกัน  พบเห็นได้ทั้งริมถนน ในสวนสาธารณะ ในสถานีรถไฟใต้ดิน โดยผู้เขียนก็ไม่เห็นว่ามีการตำหนิหรือด่าทอกันจากคนอื่นๆ แบบในกรณีที่เกิดขึ้นในเมืองไทย

นอกจากคู่รักต่างเพศที่แสดงความรักกันในที่สาธารณะซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปแล้ว ผู้เขียนยังพบคู่รักชายรักชายที่สามารถเดินกอดกันในที่สาธารณะได้โดยไม่รู้สึกถึงอาการเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันจากผู้คนอื่นๆที่ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันแต่อย่างใด

แต่ทั้งหมดที่ว่ามา คือข้อสังเกตส่วนตัวและเป็นเพียงการพบเห็นในระยะสั้นๆ

ดังนั้น ด้วยความสงสัยว่ามันน่าจะมุมอื่นๆที่เราไม่รู้หรือไม่ได้เห็น ผู้เขียนจึงไปคุยกับเพื่อนชาวเม็กซิโกที่ได้พบกันในงานประชุมที่ผ่านมา ว่าจริงๆแล้วที่ประเทศเม็กซิโก การแสดงความรักกันในที่สาธารณะ มีการยอมรับกันได้มากน้อยแค่ไหน

เธอเล่าว่า มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค อย่างเช่น ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ การแสดงความรักในที่สาธารณะสามารถพบเห็นได้ทั่วไปและได้รับการยอมรับพอสมควรก็จริง ไม่ว่าจะเป็นคู่รักต่างเพศหรือคู่รักเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีกรณีแบบในประเทศไทยเกิดขึ้นเลย

ล่าสุดที่เพื่อนผู้เขียนเล่าให้ฟัง คือเธอรู้มาว่าเมื่อเดือนก่อน ในสถานีรถไฟใต้ดินมีชายสูงอายุคนหนึ่ง กล่าวตำหนิคู่รักหญิงรักหญิง ว่าการกระทำของพวกเธอเป็นบาปและหยาบช้า ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เมืองที่ดูเหมือนจะเปิดกว้างเรื่องเพศและความหลากหลายทางเพศได้มากที่สุดเมืองหนึ่งในประเทศเม็กซิโก

แต่ถ้าพูดถึงบ้านเกิดของเธอ ในเมือง Salamanca คู่รักเพศเดียวกันจะไม่ได้รับการยอมรับ เนื่องจากเมืองและรัฐในภูมิภาคนั้นค่อนข้างเคร่งศาสนา คือประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก การแสดงความรักของคู่รักเพศเดียวกันจึงเป็นสิ่งที่อาจเกิดอันตรายได้ (เพื่อนผู้เขียนใช้คำว่า Dangerous)  โดยเฉพาะคู่รักหญิงรักหญิง แม้ว่าอาจจะพบเห็นคู่รักชายรักชายอยู่บ้าง แต่ก็อาจได้รับอันตรายไม่ต่างกัน เธออธิบายความหมายของคำว่าอันตรายในที่นี้ว่า

"คุณไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะพูดหรือทำอะไรกับคุณบ้าง พวกเราถูกจับจ้องอยู่เสมอ และในเมืองเล็กๆแบบนั้น เกือบทุกคนก็รู้จักกันหมด รู้จักครอบครัวของกันและกัน ดังนั้น ผู้คนจำนวนมากรวมถึงตัวเธอด้วยจึงไม่อาจเปิดเผยเพศวิถีหรืออัตลักษณ์ทางเพศของตนเองได้"

จากคำบอกเล่าของเพื่อนชาวเม็กซิกัน ทำให้ผู้เขียนได้รับรู้อีกมุมหนึ่งของสังคมในเม็กซิโก และทำให้นึกถึงกรณีหนึ่งที่เป็นข่าวดังพอสมควรเมื่อหลายปีก่อนในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมีข่าวการเชิญตัวดารานักร้องหญิงคนหนึ่งพร้อมคู่รักของเธอออกจากเครื่องบินซึ่งทั้งคู่กำลังจะโดยสารไปยังอีกรัฐหนึ่ง ด้วยข้อกล่าวหาว่าทั้งคู่กระทำการไม่เหมาะสมจากการแสดงความรักด้วยการจูบกันต่อหน้าเด็กเล็กๆและครอบครัวอื่นๆโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้น เริ่มต้นจากมีผู้โดยสารคนหนึ่งไม่พอใจที่คู่รักหญิงรักหญิงแสดงความรักด้วยการจูบกันในขณะที่อยู่บนเครื่องบิน จึงร้องเรียนพนักงานของสายการบินถึงความไม่เหมาะสมนั้น ทำให้พนักงานสายการบินไปตำหนิและเกิดมีปากเสียงกันขึ้น จนเป็นเหตุให้คู่รักนั้นต้องโดนไล่ออกจากเครื่องบินลำดังกล่าว

และในเวลาต่อมา ดาราคนดังกล่าวก็ทวิตเตอร์ต่อว่าสายการบินนี้ว่าเลือกปฏิบัติต่อเธอเพราะการเป็นคนรักเพศเดียวกัน พร้อมทั้งเชิญชวนคนในแวดวงความหลากหลายทางเพศให้บอยคอตสายการบินนี้ กลายเป็นข่าวใหญ่โตจนถึงขั้นผู้บริหารสายการบินต้องออกมาชี้แจงว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อคนรักเพศเดียวกันแต่อย่างใด เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดการถกเถียงในสังคมอเมริกันพอสมควรว่า ความเหมาะสมที่ว่านั้นคืออะไร การแสดงความรักด้วยการจูบกันเป็นสิ่งที่เกินรับได้หรือไม่ และการแสดงความรักของคนรักเพศเดียวกันถูกเลือกปฏิบัติต่างไปจากการแสดงความรักของคู่รักต่างเพศจริงหรือไม่ นิยามความหมายของคำว่าคู่รักหรือครอบครัว ถูกจำกัดเอาไว้เฉพาะคนรักต่างเพศหรือไม่

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในประเทศที่ได้ชื่อว่ามีกฎหมายที่คุ้มครองและให้สิทธิกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศค่อนข้างมาก แม้ว่าจะไม่ครบทุกรัฐก็ตาม แต่ก็ถือว่ามีกฎหมายที่ก้าวหน้ากว่าในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายรับรองสิทธิของคนรักเพศเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายคุ้มครองการเลือกปฏิบัติ กฎหมายจดทะเบียนสมรสหรือรับบุตรบุญธรรม เป็นต้น

จากกรณีทั้งหมดที่กล่าวมา ทั้งในประเทศเม็กซิโกหรือในสหรัฐอเมริกา จะเห็นว่าแม้แต่ในประเทศที่ดูเหมือนว่ามีการยอมรับและเปิดกว้างต่อการแสดงความรักในที่สาธารณะค่อนข้างมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบในประเทศไทยเกิดขึ้นเลย หรือไม่มีคนที่ออกมาต่อต้านหรือตำหนิการแสดงความรักในที่สาธารณะเลย

ผู้เขียนอยากตั้งข้อสังเกตว่า ในภูมิภาคไหนๆในโลกก็ตาม ฐานคิดเรื่องศาสนา จารีต วัฒนธรรมยังคงทรงอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อและการยอมรับเรื่องการแสดงความรักในที่สาธารณะอยู่เสมอ รวมถึงส่งผลต่อความคิดและการยอมรับเรื่องความหลากหลายทางเพศด้วย

และหากเป็นการแสดงความรักในที่สาธารณะระหว่างคนรักเพศเดียวกัน และมีผู้ลุกขึ้นมาต่อต้านหรือแสดงการไม่ยอมรับ การต่อต้านที่เกิดขึ้นจะมิใช่แค่ข้อหาของการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมเพียงเท่านั้น แต่มักจะถูกต่อต้านไปจนถึงเรื่องของเพศวิถีที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะควรตามบรรทัดฐานหลักของสังคมด้วย ซึ่งนับว่าเป็นข้อหาที่เพิ่มขึ้นมาชั้นหนึ่ง

ในที่นี้คงไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่า ประเทศไหนยอมรับการแสดงความรักในที่สาธารณะได้มากกว่ากัน หรือในประเทศที่ค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องเพศ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้ที่ต่อต้านเรื่องเพศอยู่เลย ผู้เขียนคิดว่าคงมีประเด็นทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ทุกที่ของโลก มากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่พัฒนาการในแต่ละประเทศ

แต่หากให้พิจารณากรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จากปรากฎการณ์คลิปทอมดี้จูบกันบนรถไฟฟ้าแล้ว ผู้เขียนคิดว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานในการที่สังคมไทยจะยอมรับการแสดงความรักในที่สาธารณะหรือทำความเข้าใจประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ สังคมไทยยังต้องเรียนรู้ที่จะถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นเรื่องเพศวิถี และจำเป็นต้องศึกษาเรื่องเพศให้มากขึ้น รื้อถอนมายาคติเรื่องเพศอีกหลายเรื่อง ซึ่งนั่นอาจใช้เวลาจากรุ่นสู่รุ่นหรือตลอดชีวิตของผู้เขียนก็เป็นได้.

0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

 

สมัครร่วมกิจกรรมฟรี

รับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
หัวข้อ: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเพศวิถีและความหลากหลายทางเพศ

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559
ณ ร้านหนังสือบูคู จ.ปัตตานี

รับจำนวนจำกัด
ดูรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมฟรี


Popular

About

Buku’s Gender, Sexuality and Human Rights Classroom (Buku Classroom) works to realize gender, sexuality, human rights and social justice in deep southern provinces, Thailand.----- ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู หรือห้องเรียนบูคู (Buku Classroom) มุ่งสร้างความตระหนักและพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเพศวิถี ความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมทางสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

Translate